‘พื้นที่ข้อบังคับ’ หน้าที่ทางด้านวัฒนธรรมสำหรับเพื่อการสงวนสัตว์ป่า ‘

ไร่เวียน’ นอกเหนือจากที่จะเป็นหลักที่วัฒนธรรมการหาอยู่หาเลี้ยงชีพของคนดอยที่สอดคล้องกับระบบนิเวศแล้ว ยังเป็นแหล่งที่กำบังภัย อาศัยของ ‘สัตว์ป่า’ โดยที่สัตว์ป่าพวกนี้โดยมากจะอาศัยอยู่ใน ‘พื้นที่สิ่งที่ห้าม’ ซึ่งอยู่ในรอบๆพื้นที่เดียวกับไร่เวียน ตามวัฒนธรรมความเชื่อถือของคนดอย

เป็นที่กระจ่างแจ้งแล้วว่า ‘แนวทางการทำไร่ข้าว’ หรือ ‘ไร่หมุนวน’ ชองคนดอย เป็นการทำเกษตรที่เอื้อต่อระบบนิเวศของป่า แล้วก็สัตว์ป่า วิธีการทำไร่ต้องมีองค์ความรู้ความเข้าใจที่เกี่ยวข้องกับเรื่องลักษณะพื้นที่ จำพวกของป่า และก็พิธีการความเชื่อถือ บนฐานรากความศรัทธาว่าทุกทุกสิ่งมีเจ้าของ มีทวยเทพปกปักษ์รักษา ซึ่งเว้นเสียแต่ความเชื่อถือดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ขั้นตอนการเลือกพื้นที่ทำไร่ก็เป็นสิ่งที่จำเป็นเช่นกัน เนื่องเพราะ ยังมี ‘พื้นที่สิ่งที่ไม่อนุญาต’ หรือพื้นที่ที่มีลักษณะที่เป็นข้อละเว้น ‘ห้ามฟันไร่’

‘พื้นที่สิ่งที่ห้าม’ จะอยู่รอบๆเดียว หรือในไร่เวียน แต่ว่าจะถูกละเว้นไว้ ห้ามแผ้ว หรือฟันไร่ ตามวัฒนธรรมความเลื่อมใสของชาวเขา พื้นที่ข้อที่ไม่อนุญาตจะมีลักษณะเป็นหย่อมป่าเล็กโดยประมาณ 3-5 ไร่ เป็นป่าเกลื่อนกลาด ตาน้ำ น้ำผุด หินผา ซึ่งตามความเชื่อถือของคนภูเขา ถ้าฝ่าผืนหรือเข้าไปฟันไร่ในพื้นที่ดังที่กล่าวถึงแล้วจะมีผลร้ายตลอดตัวเอง ครอบครัว ชุมชนตามมาด้วย

การดำรงชีพของพื้นที่สิ่งที่ห้ามเปรียบได้ดั่งเป็นตัวชี้วัดความแข็งแกร่งทางระบบความศรัทธา วัฒนธรรมของชุมชนกะเหรี่ยง ซึ่งการดูแลรักษาพื้นที่ดังที่ได้กล่าวมาแล้วเอาไว้ในเดี๋ยวนี้ มีความสำคัญจะต้องมีกฎที่ต้องปฏิบัติตาม การผลิตความประจักษ์แจ้งทราบ และก็สร้างต้นแบบการใช้คุณประโยชน์พื้นที่สอดคล้องกับระบบนิเวศอย่างเป็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม สอดคล้องกับเหตุการณ์ในตอนนี้ ผสมแนวความคิดการใช้พื้นที่เศรษฐกิจและก็วัฒนธรรมเข้าด้วยกัน เพื่อรักษาความ “สมดุลของคน และก็ระบบนิเวศป่าสัตว์ป่า” ถัดไป